ความเป็นมาของ Social Network
จุดเริ่มต้นของสังคมออนไลน์เกิดขึ้นจากเว็บไซต์ Classmates.com เมื่อปี 1995 และเว็บไซต์SixDegrees.com ในปี 1997 ซึ่งเป็นเว็บ ไซต์ที่จำกัดการใช้งานเฉพาะนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนเดียวกัน เพื่อสร้างประวัติ ข้อมูลการสื่อสาร ส่งข้อความ และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สนใจร่วมกันระหว่างเพื่อน นักเรียนในลิสต์เท่านั้น ต่อมาในปี 1999 เว็บไซต์epinions.com ที่พัฒนา โดย Jonathan Bishop ก็ได้มีการเพิ่มฟังก์ชั่นในส่วนของการที่ผู้ใช้สามารถ ควบคุมเนื้อหาและติดต่อถึงกันได้ ไม่เพียงแต่เพื่อนในรายชื่อเท่านั้น
การใช้งาน
...............รูปแบบการใช้งานของ Social Network นั้นเกือบจะเหมือนๆกันก็คือ เริ่มจากคุณสมัครเข้าไปเป็นสมาชิกของระบบ (ซึ่งเกือบ 100% เป็นบริการฟรี) เพื่อกำหนดชื่อสมาชิกและรหัสผ่าน และจะต้องใช้ในเวลาจะบันทึกหรือเช็คข้อความเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ "แอคเคาท์" (Account) และเมื่อสมัคร แล้วคุณอาจแนะนำให้เพื่อนของคุณสมัครเข้ามาในระบบด้วย และเชื่อมโยงกันไว้ด้วยการ "ฟอลโล่ว์" (Follow - ติดตามความเคลื่อนไหว) ของกันและกัน เมื่อเพื่อนของคุณบันทึกข้อความใหม่เข้ามา คุณก็จะได้รับข้อความนั้นทันที แต่ที่พิเศษก็คือ คุณสามารถหาเพื่อนใหม่ๆได้จากการค้นหาเหมือนๆกับการค้นหาเว็บที่คุณสนใจผ่านเว็บค้นหาเช่น "กูเกิ้ล" (Google) นั่นเลย เช่นค้นหาจากคำว่า ธุรกิจเครือข่าย คุณก็จะพบกับคนที่สนใจธุรกิจเครือข่ายด้วยกัน หรืออาจค้นหาจากชื่อสถานที่ที่คุณสนใจ ก็อาจเจอคนที่มีข้อมูลหรือสนใจในเรื่องเดียวกันกับคุณ เพียงเท่านี้คุณก็จะเจอเพื่อนใหม่แล้ว และยังสามารถ Follow เพื่อนใหม่นี้เพื่อรับรู้เรื่องใหม่ๆเวลาที่เขาบันทึกข้อความใหม่เข้ามา หรืออาจจะเริ่มสะสมเพื่อนจากเพื่อนของเพื่อนก็ยังได้ โดยดูว่าเพื่อนของเรา Follow ใครเอาไว้บ้างจาก "ฟอลโล่ว์ลิสต์" (Follow list) เราก็อาจเจอกับคนที่เราอยากเป็นเพื่อนกับเขาด้วยก็เป็นได้ เมื่อเจอแล้วก็ทำเหมือนเดิมครับ Follow เอาไว้เลย ง่ายๆแค่นี้ เครือข่ายสายสัมพันธ์ของเราก็จะค่อยๆเติบโตจนกลายเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ ที่สำคัญก็คือ อย่าส่งข้อความรบกวนเพื่อนใหม่ของคุณ เพราะหากเขารับไม่ได้เขาอาจยกเลิกสัมพันธ์กับคุณได้ด้วยการ "บล๊อก" (Block) คุณออกจากเครือข่ายของเขาได้ตามสิทธิส่วนบุคคลของเขา

ประเภทของ Social Network
1. Identity Network เผยแพร่ตัวตน
ใช้สำหรับนำเสนอตัวตน และเผยแพร่เรื่องราวของตนเองทางอินเตอร์เน็ทสามารถสร้างอัลบั้มรูปของตัวเอง สร้างกลุ่มเพื่อน และสร้างเครือข่ายขึ้นมาได้
2. Creative Network เผยแพร่ผลงาน
สามารถนำเสนอผลงานของตัวเองได้ในรูปแบบของวีดีโอ ภาพ หรือเสียงเพลง
3. Interested Network ความสนใจตรงกัน
-del.icio.us เป็น Online Bookmarking หรือ Social Bookmarking โดยเป็นการ Bookmark เว็บที่เราสนใจไว้บนอินเทอร์เน็ตสามารถแบ่งปันให้คนอื่นดูได้และยังสามารถบอกความนิยมของเว็บไซด์ต่างๆได้ โดยการดูจากจำนวนตัวเลขที่เว็บไซต์นั้นถูก Bookmark เอาไว้จากสมาชิกคนอื่นๆ
- Digg นั้นคล้ายกับ del.icio.us แต่จะมีให้ลงคะแนนแต่ละเว็บไซด์ และมีการ Comment ในแต่ละเรื่อง
• -Zickr ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยคนไทย เป็นเว็บลักษณะเดียวกับ Digg แต่เป็นภาษาไทย
4. Collaboration Networkร่วมกันทำงาน คือเป็นการร่วมกันพัฒนาซอฟต์แวร์หรือส่วนต่างๆของซอฟต์แวร์
• WikiPedia เเป็นสารานุกรมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมความรู้ ข่าวสาร และเหตุการณ์ต่างๆ ไว้มากมาย
• ปัจจุบันเราสามารถใช้ Google Maps สร้างแผนที่ของตัวเอง หรือจะแบ่งปันแผนที่ให้คนอื่นได้ใช้ด้วย จึงทำให้มีสถานที่สำคัญ หรือสถานที่ต่างๆ ถูกปักหมุดเอาไว้ พร้อมกับข้อมูลของสถานที่นั้นๆ ไว้แสดงผลจากการค้นหา
5. Gaming/Virtual Reality โลกเสมือน
6. Peer to Peer (P2P)
P2P เป็นการเชื่อมต่อกันระหว่าง Client (เครื่องผู้ใช้, เครื่องลูกข่าย) กับ Client โดยตรง โปรแกรม Skype จึงได้นำหลักการนี้มาใช้เป็นโปรแกรมสนทนาผ่านอินเตอร์เน็ต และก็มี BitTorrent เกิดขึ้นมาเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการแบ่งปันไฟล์ต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง และรวดเร็ว แต่ทว่ามันก็ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์
ข้อดี - ข้อเสีย ของ Social Network
| ...............ใน โลกไซเบอร์ก็เหมือนสังคมรอบข้างตัวเรา มีใส่หน้ากาก กัดกันข้างหลัง มีนิสัยดี นิสัยชั่ว มีการสงสัย การระวังคนรอบข้าง มีหมดทุกอย่าง เพราะมันเป็นธรรมดาของโลก แต่เราจะสามารถคัดกรองกลุ่มคนยังไงได้นั้น ก็ต้องใช้สติปัญญาในการวิเคราะห์ หรือพิจารณา คนที่เราคิดว่าน่าจะเป็นคนดี สักวันหนึ่งอาจจะกลับกลายเป็นคนชั่วไปก็เป็นได้ ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นแน่นอน เพียงแต่เราจะมองโลกในแง่บวก หรือแง่ลบ เท่านั้นเอง เช่นเดียวกับเหรียญที่มี 2 ด้านเสมอก็เฉกเช่นเดียวกับคนที่มีทั้งคนดีและคนชั่ว และใน Social Network ก็เช่นเดียวกัน ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ประโยชน์ของ Social Network ...............บริษัท ต่างๆเริ่มหันมาใช้ Blog ในการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการมากขึ้น เนื่องจากจัดการใช้งาน และอัพเดทให้ทันสมัยได้ง่าย อีกทั้งยังเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดี เพราะ Blog ส่วนใหญ่จะสำรวจและแยกประเภทความสนใจของสมาชิกอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่ถูก และสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทกับลูกค้าผ่านข้อความแสดงความคิดเห็น ได้อีกด้วย ข้อดีของ Social Network
ข้อเสียของ Social Network
|
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
http://www.thaigoodview.com/library/contest2553/type1/tech03/26/benefit.html








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น